แผนการเดินทาง
ตลาดยามเช้าแห่งคานากาวะ: การผสมผสานระหว่างรสชาติท้องถิ่นและวิถีวัฒนธรรม
พาสที่แนะนำ
ตั๋วมินะโตะมิไร บัตรทริปกูร์เมต์โยโกฮะมะไชน่าทาวน์การช้อปปิ้งในคานากาวะไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การไปเยือนพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวมักไปเช็คอินเท่านั้น แต่นี่คือการค้นพบวิถีชีวิตที่แท้จริงของชุมชนท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ตลาดเช้าในจังหวัดนี้ให้คุณได้มากกว่าความสะดวกสบายในการซื้อของ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับการดำรงชีวิต ประเพณี และผู้คน ซึ่งหล่อหลอมนิยามวิถีชีวิตประจำวันในคานากาวะ
ตั้งนาฬิกาปลุกแล้วไปให้เช้า เพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศตลาดเช้าในช่วงที่คึกคักที่สุด อีกทั้งยังมีของสดให้เลือกซื้อมากมาย
ตลาดเครื่องมือพื้นบ้านโบราณและของเก่าเมืองยามาโทะ จังหวัดคานากาวะ
สำหรับนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ ตลาดเครื่องมือพื้นบ้านโบราณและของเก่าเมืองยามาโทะ จังหวัดคานากาวะ คือขุมทรัพย์ที่รอให้คุณไปค้นพบ ตลาดแห่งนี้มีทุกวันเสาร์ของแต่ละเดือน (ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร) ในเมืองยามาโทะ โดยเน้นจำหน่ายเครื่องมือพื้นบ้านญี่ปุ่นโบราณ ของเก่า และไอเท็มวินเทจ ซึ่งล้วนถ่ายทอดเรื่องราวและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตจากรุ่นสู่รุ่น
ตลาดแห่งนี้เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในเดือนเมษายน ปี 1998 บริเวณสถานียามาโทะ จากความร่วมมือของสมาคมพ่อค้า หน่วยงานท้องถิ่น และผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและฟื้นฟูเมืองยามาโทะ จากจุดเริ่มต้นที่มีเพียง 67 บูธ ปัจจุบันตลาดได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในตลาดของเก่าชั้นนำของญี่ปุ่น โดยมีผู้ค้าเข้าร่วมมากถึง 250–300 ร้านค้า
ตลาดเครื่องมือพื้นบ้านโบราณและของเก่าเมืองยามาโทะ จังหวัดคานากาวะ เปิดตั้งแต่เวลา 07.00–16.00 น. โดยนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้พื้นบ้าน ภาชนะดินเผา เครื่องเขิน ของเก่าจากตะวันตก เน็ตสึเกะ (ประติมากรรมขนาดเล็ก) ของเล่น เหรียญโบราณ กล้องถ่ายรูป สิ่งทอ กิโมโน แผ่นเสียง และอีกมากมาย การเดินชมแต่ละร้านให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับหวนสู่อดีตอีกครั้ง
บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งหลายคนก็เป็นนักสะสมตัวยงเช่นกัน มักยินดีเล่าเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของของแต่ละชิ้นให้ฟัง หากมีชิ้นไหนสะดุดตา อย่าลังเลที่จะชวนพูดคุย การพูดคุยเหล่านี้มักเปิดเผยรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับต้นกำเนิดของงานฝีมือ และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ในของแต่ละชิ้น
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เวทีสำหรับการแสดงสตรีทโชว์และการแสดงสดต่างๆ ที่ช่วยเติมสีสันและความคึกคักให้กับตลาด ในแต่ละวันจะมีโปรแกรมการแสดงเต็มรูปแบบจากศิลปินหลากหลายแนว ให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนจากการเดินชมร้านค้า พร้อมสนุกไปกับการแสดงตลก ดนตรี และโชว์ที่น่าสนใจมากมาย อีกทั้งยังเปิดรับนักแสดงหน้าใหม่ที่สนใจเข้าร่วมแสดง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อคณะกรรมการบริหารได้ที่หมายเลข 046-240-0587 เพื่อสอบถามรายละเอียดการออดิชันและการเข้าร่วมแสดง
การเดินทางจากโตเกียวไปตลาดแห่งนี้สะดวกมาก จากชินจุกุให้นั่งรถไฟสายโอดะคิว มุ่งหน้าไปคาตาเสะ–เอะโนะชิมะ และลงที่สถานียามาโทะ หากเดินทางจากโอดาวาระให้เปลี่ยนขบวนที่สถานีเอบินะ ไปขึ้นรถไฟสายซากามิ มุ่งหน้าไปโยโกฮามะ ส่วนผู้ที่มาจากโยโกฮามะ สามารถนั่งรถไฟสายซากามิ โดยผ่านสถานีเอบินะได้เช่นกัน ทุกเส้นทางจะมุ่งสู่สถานียามาโทะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาด โดยตลาดจะจัดอยู่ทั้งฝั่งทางเดินทิศตะวันอกและทิศตะวันตกของสถานี
โซ-ซัน–มาร์เช่ ในเมืองโยโกฮามะ
โซ–ซัน–มาร์เช่ เป็นตลาดสุดสัปดาห์ที่จัดขึ้นที่โซ–ซัน–มาร์เช่ เทอร์เรซ (象の鼻テラス) เมืองโยโกฮามะ โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างร้านค้าท้องถิ่นกับผู้มาเยือน เปิดโอกาสให้เกิดการพบปะ การค้นพบสิ่งใหม่ๆ และความประทับใจ นอกเหนือจากการซื้อขาย ตลาดแห่งนี้ยังส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ของชุมชนและความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย
เพื่อซึมซับบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การรู้ประวัติของสวนโซ-โนะ-ฮานะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเทอร์เรซในปัจจุบันจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการเยือนได้มากยิ่งขึ้น พื้นที่ริมน้ำแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง ย้อนกลับไปถึงการขึ้นฝั่งครั้งที่สองของพลเรือจัตวาแมทธิว ซี เพอร์รี่ ในญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1854 และหลังจากที่โยโกฮามะเปิดเป็นท่าเรือตามสนธิสัญญาในปี 1859 บริเวณนี้ก็พัฒนาเป็นท่าเรือใช้งานแห่งแรกของเมือง กลายเป็นประตูสำคัญสู่การค้าและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ชื่อ “โซ-โนะ-ฮานะ” ซึ่งแปลว่า “งวงช้าง” มาจากลักษณะโค้งของคันดินเดิมที่เมื่อเวลาผ่านไปดูคล้ายงวงช้าง คันดินที่เห็นในปัจจุบันเป็นการบูรณะตามโครงสร้างปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งสูญหายไปจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภูมิภาคคันโต ในปี 1923 และภายในสวนยังมีป้ายข้อมูลที่ถ่ายทอดเรื่องราวอดีตของพื้นที่นี้ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้อีกด้วย
โซ–ซัน–มาร์เช่ จัดขึ้นในทุกวันเสาร์–อาทิตย์ตลอดทั้งปี โดยทั่วไปจะจัดระหว่างเวลา 11.00–16.00 น. และในแต่ละฤดูกาลจะมีหลายวันที่กำหนดไว้ รายชื่อร้านค้าและศิลปินจะสลับเปลี่ยนอยู่เสมอ ภายในงานไม่เพียงแต่มีการจำหน่ายผลงานเท่านั้น ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำจริงอีกด้วย ศิลปินและผู้ร่วมงานส่วนใหญ่มาจากเมืองโยโกฮามะ ในช่วงหลังผู้จัดงานเริ่มเชิญครีเอเตอร์จากนอกเมืองมาเข้าร่วมมากขึ้น ทางสถานที่เป็นผู้ติดต่อศิลปินโดยตรง โดยคัดเลือกจากสไตล์และความสอดคล้องกับแนวคิดของแต่ละอีเวนต์ แม้จะไม่มีธีมตายตัว แต่การคัดสรรมักสะท้อนแรงบันดาลใจตามฤดูกาล ทำให้บรรยากาศของตลาดในแต่ละครั้งเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจอยู่เสมอ
ที่นี่เข้าได้ฟรี คุณสามารถเดินชมร้านต่างๆ ที่นำเสนอสินค้าหลากหลายจากผู้ผลิตท้องถิ่น ช่างฝีมือ และธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นขนมโฮมเมด งานคราฟต์คุณภาพ หรือเครื่องประดับดีไซน์สุดสร้างสรรค์ บางร้านยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปแบบมีค่าใช้จ่ายที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำงานฝีมือด้วยตัวเองในสไตล์เดียวกับผลงานที่ศิลปินนำมาจำหน่ายอีกด้วย
อีเวนต์ล่าสุดที่จัดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม ปี 2025 ได้เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ของวงการงานคราฟต์อันหลากหลายของโยโกฮามะ โดยรวบรวมผลงานอันโดดเด่นจากเหล่าครีเอเตอร์อิสระมาไว้ที่นี่ ภายในงานมีช่างฝีมือมากความสามารถที่มารังสรรงานฝีมือที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงยังมีเวิร์กช็อปให้ได้เข้าร่วมอีกด้วย
นอกเหนือจากตลาดสุดสัปดาห์ที่จัดขึ้นเป็นประจำแล้ว ยังมีการจัดอีเวนต์พิเศษ เช่น ไนท์ มาร์เช่ และการแสดงสดสไตล์ปิกนิก ซึ่งช่วยเติมความแปลกใหม่ให้กับทุกครั้งที่มาเยือน และชวนให้ผู้เข้าร่วมใช้เวลาเดินเล่น พักผ่อน และสำรวจบรรยากาศได้อย่างสบายๆ ตามจังหวะของตัวเอง
การเดินทางไปโซ–ซัน–มาร์เช่ที่โยโกฮามะ สามารถลงที่สถานีนิฮอน-โอดาริ บนสายมินาโทะมิไร แล้วเดินจากทางออกที่ 1 เพียงประมาณ 5 นาที นอกจากนี้ที่นี่ยังเดินทางสะดวก เมื่อเดินทางมาจากสถานีมิโทะมาชิ-ชุคะไก และสถานีคันไน ทำให้เป็นจุดแวะที่สะดวก ไม่ว่าจะเดินทางมาจากใจกลางเมืองโยโกฮามะหรือจากโตเกียว
ตลาดเช้าวันอาทิตย์ฮายามะ
ตลาดเช้าวันอาทิตย์ฮายามะ เป็นตลาดประจำสัปดาห์ที่จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ บริเวณด้านหน้าสหกรณ์ประมงฮายามะ ที่ท่าเรืออาบุซุริ ในเมืองฮายามะ ตลาดเปิดตั้งแต่เวลา 08.30–10.30 น. แต่ร้านค้าหลายร้านมักขายหมดตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ การไปถึงก่อนเวลาเปิดจึงดีที่สุด ตลาดจะงดจัดเฉพาะวันอาทิตย์แรกของปี วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนธันวาคม หรือในกรณีที่สภาพอากาศไม่ดี
ตลาดแห่งนี้รวบรวมวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นและอาหารพิเศษนานาชนิด ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองชายทะเล และวิถีการเกษตรของฮายามะได้อย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจะได้พบกับอาหารทะเลสดใหม่ ผักตามฤดูกาล วัตถุดิบท้องถิ่น รวมถึงขนมและของหวานที่มีวางจำหน่ายเป็นครั้งคราว ทำให้ตลาดแห่งนี้ดึงดูดทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว สินค้าหลายรายการมีจำหน่ายเฉพาะที่ตลาดแห่งนี้เท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ตลาดจะกลายเป็นจุดหมายอันยอดนิยมสำหรับเช้าวันอาทิตย์ของหลายๆ คน
นอกจากวัตถุดิบและขนมแล้ว ภายในตลาดยังมักมีอาหารปรุงสำเร็จจากท้องถิ่น เช่น ขนม คร็อกเกต และของกินคำเล็กๆ อีกหลากหลายชนิด ที่ช่วยถ่ายทอดเสน่ห์ด้านอาหารของฮายามะได้เป็นอย่างดี พ่อค้าแม่ค้าบางรายยังขึ้นชื่อเรื่องเมนูพิเศษที่นำมาจำหน่ายเฉพาะวันงาน ซึ่งมักขายหมดอย่างรวดเร็ว
การเดินทางจากโตเกียวไปตลาดเช้าวันอาทิตย์ฮายามะทำได้สะดวกมาก เริ่มจากนั่งรถไฟสาย JR โยโกสุกะ จากสถานีโตเกียวไปยังสถานีซูชิ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัสเคฮิน คิวโคะ มุ่งหน้าสู่ฮายามะ (เส้นลูปชายฝั่ง) แล้วลงที่ป้ายอาบุซุริ แล้วเดินเพียง 1 นาที ก็จะถึงตลาดทันที
หากขับรถมาจากโตเกียว ให้ใช้ทางด่วนชุโตะ มุ่งหน้าไปทางโยโกฮามะ/ถนนเคฮิน จากนั้นขับต่อเข้าสู่ซูชิ ชินโดะ มุ่งตรงไปทางทะเล เลี้ยวซ้าย แล้วเลี้ยวขวาที่แยกทางเข้าท่าเรืออาบุซุริ ตลาดอยู่ห่างจากปลายถนนซุชิ ชินโดะประมาณ 3 กิโลเมตร
เคล็ดลับสำหรับการเที่ยวตลาดเช้าในคานากาวะ
ตลาดเช้าในคานากาวะ คืออีกหนึ่งวิธีพิเศษในการสัมผัสเสน่ห์ของภูมิภาคนี้ นอกเหนือจากการท่องเที่ยวแบบทั่วไป ที่นี่คือพื้นที่ชีวิตจริงอันคึกคัก ที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวสามารถพบปะ พูดคุย และดื่มด่ำไปกับจังหวะชีวิตของชุมชนได้อย่างใกล้ชิด
เพื่อให้ได้ประสบการณ์การเดินตลาดที่ดีที่สุด:
- วางแผนไปถึงให้เช้า สินค้าหลายอย่างตั้งแต่วัตถุดิบสดไปจนถึงงานคราฟต์ชิ้นพิเศษมักขายหมดอย่างรวดเร็ว และตลาดจะคึกคักที่สุดในช่วงชั่วโมงแรกๆ
- เตรียมเงินสด แบงก์ย่อยหรือเหรียญติดตัวไปด้วย เพราะพ่อค้าแม่ค้าหลายรายอาจไม่รับบัตรหรือการชำระเงินดิจิทัล
- สวมรองเท้าที่ใส่สบาย เหมาะกับการเดินเลือกชมสินค้า และอย่าลืมพกถุงผ้าหรือกระเป๋าสำหรับใส่ของที่ซื้อ
- ใช้เวลาพูดคุยกับช่างฝีมือและผู้ขาย เพราะพวกเขามักเล่าเรื่องราวและมุมมองเบื้องหลังผลงาน ซึ่งช่วยเติมความหมายให้ประสบการณ์ของคุณมากยิ่งขึ้น
- ตรวจสอบตารางงานล่วงหน้า เพื่อไม่พลาดอีเวนต์พิเศษ เวิร์กช็อป หรือการแสดงต่างๆ ที่จะทำให้การมาเยือนสนุกและน่าจดจำยิ่งขึ้น
- เดินตลาดด้วยความตื่นเต้นและเปิดใจ การได้เรียนรู้ภาพ เสียง และรสชาติรอบตัวนั้นมีคุณค่าไม่แพ้ของที่คุณหิ้วกลับบ้าน