โปรดระวังการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า อ่านเพิ่มเติม

ข้ามไปยังหน้าหลัก
MICE การค้าและสื่อท่องเที่ยว
โจะงะชิมะ

โจะงะชิมะ

โจะงะชิมะ ได้รับการเผยแพร่ในหนังสือ Michelin Green Guide ญี่ปุ่น ฉบับที่สาม ให้เป็นจุดชมวิวระดับสองดาว บนเกาะมีจุดชมวิวอยู่มากมาย ผู้มาเยือนสามารถชมทัศนียภาพอันงามของมหาสมุทรแปซิฟิก และหินที่มีรูปร่างแปลกๆ "Uma no Se Domon (ถ้ำทะเล)" บนเส้นทางเดินป่าทางตอนใต้ นอกจากนี้ยังสามารถชมทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาฟูจิเหนืออ่าวสะกะมิได้ทางฝั่งตะวันตก บนเกาะมีแดฟโฟดิลพันธ์กลีบซ้อนกว่า 70000 ต้น กระจัดกระจายอยู่ทั่วเกาะ ซึ่งจะพากันบานในช่วงต้นถึงกลางเดือนมกราคม คุณจำเป็นต้องเสียค่าผ่านทางเพื่อข้ามสะพาน Jogashima Ohashi (สะพานใหญ่) (ค่าผ่านทางสำหรับไปกลับ: 150 เยน สำหรับรถธรรมดา 530 เยน สำหรับรถขนาดกลาง (รถยนต์ที่จุ 11 ถึง 29 คน))

เคล็ดลับการเดินทาง

เกาะโจงะชิมะ เป็นสถานที่สวยงามที่สามารถมาเยือนได้ตลอดทั้งปี คุณจะยิ่งอยากมาเป็นพิเศษในช่วงเดือนธันวาคม/มกราคมเพื่อชมดอกแดฟโฟดิลบานกว่า 5,000 ดอก และชมนกยางทะเลกว่าพันตัวที่อพยพมาและนกกาน้ำญี่ปุ่นจำนวนมาก

โจงะชิมะ ตั้งอยู่ในจังหวัดคานากาวะทางตอนใต้สุดของเกาะติดกับคาบสมุทรมิอุระ เป็นเกาะธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในคานากาวะ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับในสมัยคามาคุระ (1192-1333) เมื่อมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ ผู้บัญชาการทหารที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นแวะเวียนมาที่เกาะแห่งนี้ เมื่อเรือกลไฟเริ่มเป็นที่นิยม ดังนั้นเกาะนี้ก็จึงกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมในการมาเยี่ยมชมเช่นกัน นักท่องเที่ยวมักจะมาเยือนโจงะชิมะ เพื่อชมบรรยากาศโรแมนติกและทิวทัศน์ที่สวยงามในฤดูร้อน

ลมนอกชายฝั่งโจงะชิมะอาจรุนแรงทางด้านทิศใต้ของเกาะ โดยมีต้นสนและใบไม้อื่น ๆ ขึ้นในมุมสูงชันตามทิศทางของลมแต่จะพลิ้วไหวโอนอ่อนตามธรรมชาติบริเวณชายฝั่งตรงข้ามของเกาะ ด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขื่อนกันคลื่น ทำให้ด้านมิซากิของเกาะมีความสงบ เหมาะสำหรับการตกปลาและว่ายน้ำ โดยเฉพาะนักดำน้ำลึกและนักดำน้ำจะชื่นชอบการได้เห็นแนวปะการังใต้น้ำ และสิ่งมีชีวิตในทะเลเป็นพิเศษ

ตอนเหนือของโจงะชิมะมีให้บริการอาหารทะเลสดและมีบรรยากาศอันสดชื่น ในบริเวณนี้ของเกาะมีเกสต์เฮาส์, โรงแรม, ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ จึงไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวให้ชมหรือสถานที่ที่น่าไปเยี่ยมชม ที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับหลาย ๆ คน คือ ประภาคารโจงะชิมะ ประภาคารขนาดเล็กสุดโรแมนติกแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1870 และมองเห็นวิวมหาสมุทรแปซิฟิกได้ เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ และอย่าลืมลองชิมอาหารทะเลที่จับได้จากอ่าวของเกาะ รวมทั้งกุ้ง, ปลาซาอุ และหอยเป๋าฮื้อ

ในทางกลับกันทางตอนใต้ของโจงะชิมะเป็นเขตเปลี่ยวและเป็นป่าเสียส่วนใหญ่ มีหน้าผาขรุขระพาดผ่านเกลียวคลื่นสีขาวและสีน้ำเงินเพื่อสร้างภูมิทัศน์อันงดงาม ยังมีประภาคารอาโบซากิที่มีขนาดเล็ก มีความสูงเพียง 13 เมตร สูงประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของประภาคารโจงะชิมะ และใช้สำหรับดูความเรียบร้อยให้กับกะลาสีเรือ ซึ่งที่นี่สามารถมาเยี่ยมชมได้ผ่านเส้นทางเดินป่า อันเป็นสถานที่ในฝันของนักปีนเขาหรือช่างภาพ นอกจากนี้ที่ด้านนี้ของเกาะคุณจะพบสวนโจงะชิมะ ซึ่งมีหอดูดาวและพื้นที่ปิกนิก เป็นการสร้างประสบการณ์การเดินป่าที่สมบูรณ์แบบ และเป็นการพักผ่อนเหนือหน้าผาอันสวยงามของโจงะชิมะ

มาดูกันว่าที่โจงะชิมะทั้งสองด้านของเกาะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง ในระหว่างการเยี่ยมชมโจงะชิมะ คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การดำน้ำกับผู้สอนและไกด์ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือนั่งเรือชมวิวไปรอบ ๆ เกาะ เกาะแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวและประสบการณ์มากมายสำหรับนักผจญภัยที่อยากมาลองค้นหาความท้าทายใหม่ๆ แต่ถ้าหากคุณไม่ได้สนใจจะเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ที่นี่ก็ยังมีแสงแดดและหาดทรายรอคอยคุณมาเยือน

สำรวจบริเวณรอบๆ

ท่านอาจจะชอบ

อุมิอุ (นกกาน้ำญี่ปุ่น) หอสังเกตการณ์

อุมิอุ (นกกาน้ำญี่ปุ่น) หอสังเกตการณ์

โยโกะสุกะ· มิอุระ
อิมาโนะเซะ โดอุมอน (ประตูหินเนินทราย)

อิมาโนะเซะ โดอุมอน (ประตูหินเนินทราย)

โยโกะสุกะ· มิอุระ
โจะงะชิมะ เฟอร์รี่ ซันชิโระ

โจะงะชิมะ เฟอร์รี่ ซันชิโระ

โยโกะสุกะ· มิอุระ
ศูนย์เทคโนโลยีทางทะเลแห่งจังหวัดคานากาวะ

ศูนย์เทคโนโลยีทางทะเลแห่งจังหวัดคานากาวะ

โยโกะสุกะ· มิอุระ