Xin hãy chú ý tới dịch virus Corona đang phát tán trên thế giới những ngày gần đây. Đọc thêm

Bỏ qua đi vào nội dung chính
MICE Kinh doanh Lữ hành & Truyền thông

สำรวจโอดาวะระเก่าและใหม่ในหนึ่งวัน

เมื่อคุณก้าวลงจากรถไฟที่สถานี JR โอดาวะระ คุณจะรู้สึกว่าคุณไม่ได้อยู่ในโตเกียวอีกต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าคุณต้องเจอกับสิ่งที่แตกต่างออกไป มีบางอย่างที่คุณต้องการมานาน แต่ไม่สามารถค้นหาเจอได้ ที่นี่มีอากาศที่สดชื่นริมชายฝั่ง มีผู้คนไม่มากนัก (เมื่อเทียบกับโตเกียว) และท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ – ที่จะโผล่ออกมาให้เห็นระหว่างอาคารและตึกระฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณมักจะมองหาในช่วงวันหยุด

ปราสาทโอดาวะระ

เมื่อคุณออกจากอาคารสถานีและเลี้ยวขวาออกมา คุณจะเห็นยอดปราสาทโอดาวะระ เดินไปตามทางใช้เวลาเดิน 10 นาที ก็ไปถึงยังปราสาท คุณจะเห็นทรงปราสาทที่ตั้งอย่างสง่างาม ที่นี่ม่ใช่ปราสาทแบบที่ปราสาทเอดินบะระ (สกอตแลนด์) หรือปราสาทโฮเอินท์ซ็อลเลิร์น (เยอรมนี) แต่เป็นปราสาทแบบญี่ปุ่นที่สว่างไสว, สมบูรณ์แบบ และมีโครงสร้างที่มีความสำคัญอย่างมากในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงช่วงเซ็นโกกุ (รัฐสงคราม) ก่อนที่ญี่ปุ่นจะรวมเป็นหนึ่งเดียว

ปราสาทโอดาวะระ  ย้อนไปถึงปี 1447 เนื่องจากลักษณะของสงครามและภัยธรรมชาติในญี่ปุ่นที่คาดเดาได้ จึงถูกสร้างขึ้นใหม่หลายต่อหลายครั้ง ส่วนต่างๆ ของโครงสร้างยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเรื่อยมาจนกระทั่งแล้วเสร็จเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ความงดงามน้อยลง และยังคงความสำคัญทางประวัติศาสตร์เสมอมา ปราสาทที่คุณเห็นนี้ คือ จากประตูแรก (และหลัก) ประตูอุมาดาชิ (ซึ่งตามประเพณีแขกหรือนักรบจะเข้ามาพร้อมกับม้าของพวกเขา) ไปจนถึงทางเข้าปราสาทนั้นงดงามมาก บล็อกหินที่ใช้ที่ประตูนี้มีต้นกำเนิดมาจากเหมืองหินฮายากาวะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหินดั้งเดิมที่เคยใช้เมื่อหลายร้อยปีก่อน ผู้เยี่ยมชมจะสังเกตเห็นรูที่ฝังอยู่ในกำแพงประตู ซึ่งโดยปกติแล้วพลธนูจะโจมตีผู้บุกรุกผ่านรูนี้ เช่น กองทัพของโทโยโทมิ ฮิเดะโยชิ ที่เข้าควบคุมในที่สุดในปี 1590 จากการปกครองของตระกูลโอดาวะระ โทโจที่ใช้ปราสาทเป็นฐานที่มั่นมานานหลายสิบปี
เพื่อเข้าไปยังปราสาท ผู้เยี่ยมชมจะต้องขึ้นบันไดหลายขั้น ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ บริเวณปราสาทไม่มีบันไดเลื่อนหรือลิฟต์ สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ปราสาทโอดาวะระ เป็นขุมทรัพย์สำคัญที่รวบรวมเอกสารทางประวัติศาสตร์, สิ่งประดิษฐ์, ข้อมูลอันล้ำค่าเกี่ยวกับตระกูลโฮโจ, ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของปราสาทตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา และมีการจัดแสดงชุดเกราะ, ดาบซามูไร และอาวุธอื่นๆ ไฮไลท์สำคัญจะพบได้ที่ชั้นบนสุดของปราสาท ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทะเลและภูเขาที่สวยงามได้ ในวันที่อากาศแจ่มใสนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นได้ไกลถึงคาบสมุทรโบโซของจังหวัดชิบะ และบางเกาะของหมู่เกาะอิซุ ซึ่งอยู่นอกชายฝั่งโตเกียว ที่นี่เป็นปราสาทที่ตั้งตระหง่าน และคุ้มค่ากับการเดินทางวันเดียวสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหลีกหนีจากความวุ่นวายในโตเกียว
ปราสาทโอดาวาระเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การมาเยือนสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่ต้องการค้นหาประวัติศาสตร์และความสำคัญทางวัฒนธรรม โดยใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟไม่ไกลจากใจกลางกรุงโตเกียว ปราสาทแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม, เป็นศูนย์กลางการดำรงชีวิต และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมืองโอดาวะระ ผู้คนในโอดาวะระมีความภาคภูมิใจในปราสาท, ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และอาหารของพวกเขา และควรเรียกได้ว่าเป็นจุดที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาเยือน หรือกลับจากสถานที่ใกล้เคียง เช่น ฮาโกเนะ การเดินทางมายังปราสาทแห่งนี้จะทำให้คุณอยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ส่งผลต่อการรวมประเทศญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น

สวนพลัมโซะกะ

นั่งรถไฟประมาณ 20 นาทีจากสถานี JR โอดาวาระ มาที่โคซุ เมืองแห่งชิโมะโซกะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนพลัมโซกะ ที่มีชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากแดนไกลมาที่นี่ทุกปี เพื่อชมความงามของดอกไม้ที่น่าตรึงตาตรึงใจในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ

ดอกบ๊วยจะบานก่อนฤดูฮานามิ (การชมดอกซากุระ) และทำให้ชาวญี่ปุ่นหลงใหลในการชมดอกไม้, ฤดูกาล และเทศกาลต่างๆ โดยจะเริ่มบานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี สวนพลัมโซะกะเป็นสถานที่จัดงานหลักและประกอบด้วยพื้นที่หลักสามส่วน ได้แก่ เบสโช, ฮาระ และนาคากาวะระ แต่ละพื้นที่ดำเนินการโดยบ้านไร่ซึ่งตั้งอยู่ที่นั่น โดยเบสโชเป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในสามแห่ง เทศกาลนี้มีดอกบ๊วยผลิบานจำนวนมาก (กล่าวกันว่าในภูมิภาคนี้ มีประมาณ 35,000 ดอก) ยังมีแผงขายส้มและผักต่างๆ เชิญมาเลือกซื้อของที่ระลึก, อาหารท้องถิ่นยอดนิยม และอื่นๆ อีกมากมาย
ผู้เยี่ยมชมยังมีโอกาสได้เห็นยาบุซาเมะ (ประเพณีโบราณที่นักรบบนหลังม้าจะยิงธนูไปที่เป้าหมาย) และโคโทบุกิ-ชิชิไม (การเต้นรำที่คนสวมหน้ากากสิงโต) โคโทบุกิ-ชิชิไม เป็นการเต้นรำเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ขอพรสุขภาพที่ดี และขอการเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีหน้า

หอดูดาวเอโนอุระ

Photo: Copyright - Odawara Art Foundation

เพียง 20 นาทีจากชิโมะโซกะ โดยรถไฟมาที่สถานีเนบุกาวะ ซึ่งให้บริการบนสาย JR โทไคโดะ เนบุกาวะเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบของจังหวัดคานากาวะ แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งออกแบบและดำเนินการโดยฮิโรชิ ซูกิโมโตะ ศิลปินร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของประเทศ มีบริการรถบัสรับส่งฟรีที่วิ่งจากสถานีเนบุกาวะ ไปยังหอดูดาวเอโนอุระ อันงดงามของซูกิโมโตะ ที่เปิดให้บริการในปี 2017 และมีการเผยแพร่ข่าวจำนวนมาก
ที่หอดูดาวเอโนอุระ สามารุมองเห็นอ่าวซากามิได้ ที่นี่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแสดงแก่นแท้ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะและสถาปัตยกรรม ที่นี่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดิมของสวนส้มแมนดาริน ซูกิโมโตะได้เขียนถึงเอโนอุระ และพื้นที่ใกล้เคียงของโอดาวะระว่า “โอดาวาระมีศักยภาพที่จะเป็นเมืองหลวงแห่งการสื่อสารวัฒนธรรมของเราไปทั่วโลก ทั้งนี้เนื่องจากเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมรดกตกทอดสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโจมอนก่อนประวัติศาสตร์เป็นศิลปะแห่งการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ชาวญี่ปุ่นได้พัฒนาวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดยผสมผสานการบูชาเทพและวิญญาณแห่งดินแดนธรรมชาติมากมาย ในโลกปัจจุบันที่น่ากลัวของลัทธิวัตถุนิยมและบริโภคนิยมที่ได้คืบคลานเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความงดงามทางธรรมชาติจำนวนมากถูกทำลายลง ที่นี่จึงเป็นการฟื้นฟูประเพณีของญี่ปุ่นโบราณเหล่านี้ที่เราต้องการเก็บรักษาไว้ให้มากที่สุด”
ด้วยทัศนียภาพอันงดงามที่ทอดยาวไปยังคาบสมุทรโบโซของจังหวัดชิบะและเกาะโอชิมะ หอดูดาวเอโนอุระจึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งศิลปะและวัฒนธรรมที่ประกอบด้วยพื้นที่แกลเลอรี่ , เวทีโรงละครโนห์, ห้องพิธีชงชา, สวนและพื้นที่สำนักงาน ที่นี่เหมาะที่จะใช้เวลาสองสามชั่วโมงเพื่อชมวิวทะเล และดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมและประเพณีของญี่ปุ่นที่สืบทอดมาหลายศตวรรษ

Chia sẻ

liên quan Nơi đến

Thành cổ Odawara

Thành cổ Odawara

Khu vực phía Tây
Rừng mơ Soga

Rừng mơ Soga

Khu vực phía Tây
Đài Thiên Văn Enoura

Đài Thiên Văn Enoura

Khu vực phía Tây